X

อยากมีผมสวยกันมั้ยคะสาวๆ ถ้าใช่.. วันนี้เรามีวิธีทำให้ผมสวยสุขภาพดีในแบบง่ายแสนง่าย นั่นก็คือ การสระผมอย่างถูกต้องนั่นเอง

1. หวีผมด้วยหวีซี่ห่างตั้งแต่โคนจรดปลายเพื่อขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ และจะได้แก้ปัญหาผมที่พันกันไม่ให้ยิ่งจับตัวพันกันยุ่งเหยิงมากขึ้น

2. ก่อนสระผมจะต้องล้างผมด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกก่อน

3. เทแชมพูลงบนฝ่ามือแล้วชโลมลงบนเส้นผมบริเวณกึ่งกลางผมหรือเริ่มสาวตั้งแต่ส่วนปลายขึ้นมา ไม่แนะนำให้เทแชมพูแล้วโปะวางกลางศีรษะหรือเทใส่หนังศีรษะโดยตรง เพราะจะยิ่งทำให้หนังศีรษะมันและยากต่อการล้างออกให้สะอาดได้ง่าย

4. หลังจากสระด้วยแชมพูเสร็จแล้ว ควรชโลมด้วยครีมนวดผมต่อไปค่ะ แล้วหมักทิ้งไว้ 2-3 นาทีจึงค่อยล้างออกให้สะอาด

5. หลังจากล้างผมให้สะอาดแล้วควรบีบปลายผมเพื่อไล่น้ำออกจนหมด จากนั้นซับผมให้ทั่วจนแห้งหมาดด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่ม ไม่ควรขยี้ผมแรงๆ ด้วยผ้า ไม่เช่นนั้น เส้นผมจะขาดหลุดร่วงได้และยังนำปัญหาผมแห้งกรอบมาสู่เส้นผมได้ด้วย

6. ก่อนไดร์ผมหรือเป่าผมให้แห้ง แนะนำให้ใส่เซรั่มบำรุงก่อน โดยเฉพาะสาวที่มีปัญหาผมแห้งเสียหรือผมแตกปลาย หากคุณทำผมด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อจากนี้ ยิ่งควรใส่เซรั่มป้องกันความร้อนและจะได้ช่วยเคลือบถนอมผมด้วยวิตามินบำรุงให้เส้นผมชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

7. หวีผมด้วยหวีซี่ห่างเท่านั้นและหวีอย่างเบามือ จากนั้นไดร์ผมโดยเป่าผมห่างจากหนังศรีษะ ไม่ควรจ่อไดร์ชนิดใกล้กับผมมากเพื่อป้องกันสภาพผมแห้งฟูมากขึ้น แต่หากสาวๆ ไม่ได้รีบร้อนออกจากบ้านไปไหนก็อาจจะปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติหรือใช้ไดร์เป่าแบบเย็นหรือจะนั่งเป่าด้วยพัดลมแทนก็ได้  เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับขั้นตอนการสระผมอย่างถูกต้องที่เรานำมาฝาก ไม่ยากวุ่นวายกันเลยใช่มั้ยคะ สำหรับสาวคนไหนที่มีปัญหาผมแห้งเสียมากและมีผมแตกปลายให้กังวลใจอีกด้วย ก่อนสระผมอาจจะหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกหรือชโลมด้วยน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ก่อน โดยเน้นบริเวณปลายให้มากๆ หมักทิ้งไว้เช่นนั้นสัก 5-10 นาทีก่อนสระ สูตรนี้สามารถทำได้ทุกครั้งเลยค่ะ รับรองมันจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้สุขภาพผมแข็งแรงมากขึ้น

Posted in Uncategorized | Comments Off
X

คุณรู้หรือไม่ว่า…นักปั่นจักรยานอาชีพเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 5,000 แคลอรี่ หรือเท่ากับการทานข้าวมันไก่ประมาณ 10 จานต่อการแข่งระยะทาง 200 กิโลเมตร   แล้วสำหรับตอนนี้กระแสจักรยานก็กำลังมาแรงอยู่ หากว่าสาว ๆ คนไหนกำลังลังเลว่าจะปั่นจักรยานดีไหม หรือจะปั่นแล้วน่องโตแทนที่หรือเปล่า อันนี้ต้องอยู่ที่การปรับอุปกรณ์ของจักรยานให้เข้ากับตัวเอง แล้วก็ปั่นในระยะทางที่ได้ กับกำลังขาที่พอเหมาะด้วย หลายคำแนะนำกับหลายกูรูเรื่องการปั่น แต่สำหรับนักปั่นหน้าใหม่ จะลองปั่นวันละ 2 ชั่วโมง ก่อนก็ได้ ปั่นเบา ๆ ไม่ใช้แรงมาก เพราะแรงขายังไม่พร้อมในตอนแรก ๆ และไม่ต้องสนใจระยะทางมากนัก ให้ทำเวลาได้ก่อนพอทำได้แล้วก็ค่อยเพิ่มแรง เพิ่มเวลา และเพิ่มระยะทางแต่มีเทคนิคนิดนึงก่อนจะขึ้นบนเจ้าสองล้อ ทุกครั้งให้วอร์มร่างกายด้วยจักรยานร่างกายประมาณ 5-10 นาที แล้วปั่นช้า 10 วินาที สลับกับปั่นเร็ว 20 วินาที ทำสลับไปมาครบ 8 รอบ แล้วผ่อนเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ปกติอีก 5 นาที เพื่อช่วยให้มีแรงในการปั่นต่อได้นานตามเวลาที่ต้องการ สุขภาพดีแถมยังทำให้ขาเรียวขึ้นด้วย

Posted in Uncategorized | Comments Off
X

บริจาคเลือด เป็นกิจกรรมที่สำคัญมากในสังคมปัจจุบันเพราะ เป็นความช่วยเหลือโดยตรงต่ออีก คนหนึ่งหรือหลายคน แต่หลายคนบ่นว่าไม่ค่อยชอบ บริจาคเลือด หรือไม่เคยบริจาคเลย ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เหตุผลหนึ่งที่ได้ยินบ่อยครั้งมากในกลุ่มสาวๆ คือไม่อยาก บริจาคเลือดเพราะกลัวอ้วนในแฟชั่นนิยมผอมอย่างทุกวันนี้ ความเชื่อนี้ก็น่ากลัวอยู่หากเป็นความจริง เราไปถามผู้เชี่ยวชาญของสภากาชาดไทยเธอยอมรับว่ามีหลายคนที่เข้าใจผิดในเรื่องนี้จนเกิดความลังเลที่จะมา บริจาคเลือด แต่หลักฐานจากตัวจริงเสียงจริงของผู้ที่ บริจาคเลือด ถูก 3 เดือนก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะเธอและเขาเหล่านั้นแทนที่จะอ้วนตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง กลับมีรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้นกว่าเก่าชมรมผู้ บริจาคเลือด 100 ครั้งเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะสมาชิกกว่า 1,000 คนในชมรมแทบจะหาผู้ที่มีรูปร่างเกินพอดีไม่ได้เลยทั้งหญิงและผู้ชาย คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย บริจาคเลือด มาแล้วถึง 27 ครั้ง ตั้งแต่ก่อนสวมมงกุฎ ก็มีรูปร่างที่สวยงามเพรียวลมสมกับความเป็นยอดหญิงงามของประเทศ สิ่งเดียวที่น่ากังวลคือเรื่องของธาตุเหล็ก บางคนมา บริจาคเลือด แล้วกลัวอ้วน เพราะความเชื่อที่ผิด จึงรับประทานแต่น้อยหรือไม่รับประทานเลย ทำให้สูญเสียโอกาสที่ร่างกายจะผลิตธาตุเหล็กมาชดเชยกับการ บริจาคเลือด ความจริงแล้วทางผู้รับ บริจาคโลหิต แทบทุกแห่ง จะขอให้ผู้ บริจาคเลือด รับประทานยาเสริมธาตุเหล็กหลังการให้เลือดทุกครั้ง ซึ่งเพียงพอและเป็นผลดีต่อร่างกายอยู่แล้ว การรับประทานอาหารที่เพียงพอและมีประโยชน์ต่อร่างกายจึงควรเป็นไปเช่นเดิม

Posted in Uncategorized | Comments Off
X

อาหารไทยหลายชนิดเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องแกงต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรไทยตามตำรับยา ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ อย่าง แกงเหลือง อาหารภูมิปัญญาของชาวภาคใต้ สามารถทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล นักวิชาการจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการทดลองสารสกัดของน้ำพริกแกง 4 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกแกงป่า แกงเลียง แกงส้ม และน้ำต้มยำ นำมาเลี้ยงเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว พบว่า น้ำแกงป่า น้ำแกงเลียง และน้ำแกงส้ม มีศักยภาพให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์อื่นในร่างกาย ได้มากถึง 45% ขณะที่ แกงเหลือง ทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 15 เท่า ดีกว่าการใช้ยาถึง 2 เท่างานวิจัยนี้สรุปได้ว่า การบริโภคอาหารไทย อย่าง แกงเลียงกุ้งสด ห่อหมกใบยอ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ข้าวสวย หรือข้าวเหนียว ส้มตำใส่แครอท ไก่ทอดสมุนไพร ต้มยำ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ซึ่งสอดรับกับงานวิจัยระดับโลกที่ว่า อาหารการกินเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนห่างไกลมะเร็งได้

Posted in Uncategorized | Comments Off
X

1. ทายาหม่องทันทีเมื่อฟกช้ำ เป็นเรื่องเคยชินเมื่อเกิดหกล้ม กระทบกระแทกจนได้แผลบวมฟกช้ำดำเขียว และปวด คนส่วนใหญ่จะหยิบยาหม่องขึ้นมาถูนวดบรรเทาอาการทันที แต่แท้จริงแล้วเมื่อร่างกายได้รับแรงกระแทก เส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังจะขาดทำให้มีเลือดคั่งเกิดขึ้น ก่อให้เกิดอาการบวมและปวดซึ่งหากทายาหม่องทันทีจะทำให้บวมมากขึ้น เพราะเมื่อขี้ผึ้งเสียดสีกับร่างกายโดยการถูนวด จะทำให้เกิดความร้อนและส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว เลือดจึงยิ่งมาคั่งบริเวณนั้นมากขึ้น ทำให้บวมยิ่งขึ้นอีกด้วย
การรักษาที่ถูกต้องควรใช้ผ้าเย็นประคบ เพื่อทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว แล้วอาการบวมจะยุบลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความเย็นยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงด้วย หลังจากนั้นจึงทายาหม่องที่มีตัวยาระงับอาการเจ็บปวด ลดอักเสบ

  2. ยาแก้ไอกินคนเดียวจิบจากขวดสะดวกดี ไม่ควรจิบยาแก้ไอจากขวดโดยตรง เพราะเชื้อโรคจากปากและคอจะลงไปปนในขวดยาได้ นอกจากนี้ขนาดยาที่ได้รับในแต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน เพราะจะจิบเล็กจิบใหญ่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผู้ป่วยบางรายจะจิบยาแก้ไอทุกครั้งเมื่อไอ อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด แม้อาจไม่เป็นอันตรายร้ายแรงนัก แต่หากเป็นยาแก้ไอที่มีตัวยาโคดีอีนเป็นส่วนผสม หรือยาแก้ไอน้ำดำหากจิบอึกใหญ่เกินไปหรือถี่เกินไป อาจจะได้ปริมาณยามากเกินไปจนอาจกดการหายใจได้ การใช้ยาที่ถูกต้องควรใช้ช้อนมาตรฐานตวงยารับประทานทุกครั้ง และมีช่วงห่าง 4-6 ชั่วโมงให้แน่นอน (1 ช้อนชา เท่ากับ 5 ซีซี, 3 ช้อนชา เท่ากับ 1 ช้อนโต๊ะ)

3. ลืมกินยามื้อหนึ่งรวบยอดไปมื้อถัดไป เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง การกินยาแบบรวบยอดไปมื้อถัดไป อาจส่งผลให้ได้รับยาเกินขนาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินยาปฏิชีวนะหรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้นเพราะหากระดับยาในเลือดสูงๆ ต่ำๆ จะทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร การใช้ยาที่ถูกต้อง หากลืมกินยามื้อหนึ่งควรกินทันทีเมื่อนึกได้ แต่ไม่ควรรวบเป็น 2 เท่าในมื้อถัดไป และควรกินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวันตามเวลาที่กำหนดเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

4. ลืมกินยาคุมกำเนิดบางวันคงไม่เป็นไร ในกรณีนี้หากลืมกินยาคุมกำเนิดให้รีบกินทันทีที่นึกได้แต่ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมงนับจากเวลาที่กินปกติ เพราะอาจทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลืมกินในช่วง 7-10 เม็ดแรก ควรหยุดยาและเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดเป็นการใช้ถุงยางอนามัยหลังจากหยุดยาแผงนั้นและมีเลือดประจำเดือนออกแล้ว ก็เริ่มยาแผงใหม่ได้ แต่หากลืมกินในเม็ดที่ 15 ของแผงไปแล้วอาจไม่ส่งผลต่อการคุมกำเนิด

Posted in Uncategorized | Comments Off
X

เชื่อว่ามีหลายท่านชอบดื่มกาแฟ  และบางท่านก็ขาดไม่ได้จำเป็นต้องดื่มกาแฟทุกเช้าก่อนจะเริ่มวันใหม่ ด้วยการออกไปทำงาน  รู้ไหมว่ามีผลวิจัยออกมาว่าถ้าหากดื่มกาแฟ  หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากๆ จะทำให้ประสาทหลอนได้ ซึ่งผลวิจัยนี้มาจากนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดอแรม  ประเทศอังกฤษ เตือนว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟ ชา ช็อกโกแลต หรือเครื่องดื่มชูพลัง ที่มีคาเฟอีนมาก ๆ อาจจะมีอาการประสาทหลอนได้  มากถึงขั้นที่เห็นผีสาง หรือแว่วประหลาด ๆสำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟชงหรือกาแฟต้ม เกินกว่าวันละ 3 ถ้วย หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จ 7 ถ้วย จะมีโอกาสเกิดประสาทหลอน มากกว่าคนที่ดื่มเพียงวันละถ้วยถึง 3 เท่า!!  แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าอาการประสาทหลอนนี้ ไม่ใช่เครื่องแสดงอาการทางจิตที่ชัดเจน และคนทั่วไปที่ต่างก็เคยได้ยินเสียงประหลาด ๆ ก็มีอยู่มากถึงร้อยละ 3 เลยนะจากการศึกษาของอาการประสาทหลอน จากสาเหตุต่าง ๆ อย่างกว้าง ๆ ในครั้งแรก อาจสรุปได้ว่า กาแฟได้ไปช่วยกระตุ้นให้ความเครียดของจิตใจและอารมณ์ให้กลับหนักยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมนั่นเอง  สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ แนะนำว่าอย่าดื่มมากจนเกินไปนะจ๊ะ แค่วันละแก้ว ถ้าเกิดอยากดื่มอีกก็แนะนำให้เป็นน้ำชาแบบเบา ๆ หรือ เครื่องดื่มจากผลไม้จะดีกว่า

 

Posted in Uncategorized | Comments Off

Hello world!

November 29th, 2014

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!